รีวิว Van Helsing SS1-3 NETFLIX Series

รีวิวซีรีส์ แวนเฮลซิ่ง นักล่าแวมไพร์


เมื่อแวมไพร์ครองโลก ออกมาอาละวาดกัดและดูดกินเลือดมนุษย์ โลกจึงเข้าสู่กลียุค หญิงสาวปริศนา เธอเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นความหวังของโลก ซึ่งเธอมีนามว่า “วาเนสซ่า” เมื่อแวนเฮลซิ่ง เป็นผู้หญิง ? เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ตามมาดูกัน!

เรื่องย่อ

ซีรีส์ได้เล่าเรื่องราวของโลกที่ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเกิดภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ ที่ส่งผลให้เกิดละอองฝุ่นขนาดหนาทึบบดบังแสงอาทิตย์จากโลกไป หลังจากนั้นเหล่าฝูงแวมไพร์ที่แอบซ่อนอยู่ในสังคมมนุษย์ก็ได้ออกมาอาละวาดดูดกินเลือดมนุษย์ทั่วโลก จนกลายเป็นแวมไพร์ผีดิบ โลกจึงเข้าสู่กลียุคที่ประชากรส่วนหนึ่งกลายเป็นผีดิบ ขณะเดียวกันความเจริญและอารยธรรมในโลกก็พังทลายลงไปด้วย ในที่สุดโลกก็ถูกยึดครองโดยเหล่าแวมไพร์

ในห้าปีต่อมา หญิงสาวคนหนึ่ง นามว่า วาเนสซ่า ได้ลืมตาตื่นขึ้นในห้องพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอถูกเฝ้าอารักขาจากทหารนาวิกโยธินคนหนึ่งที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าดูแลเธอเป็นภารกิจหลัก แม้ว่าสังคมโลกจะเข้าสู่การล่มสลายแล้วก็ตาม ส่วนเธอก็ได้ก็พบว่าเธอนั้นไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป เมื่อเหล่าผีดิบมากัดเธอ เลือดของเธอกลับทำให้พวกมันกลับคืนสู่การเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง แล้วเธอยังมีความสามารถในการต่อสู้และพละกำลังกับการฟื้นตัวที่รวดเร็วผิดธรรมดาอีกด้วย

วาเนสซ่า เธอต้องออกค้นหาดีแลน ลูกสาวของเธอที่ไม่ได้พบกันนานห้าปี ระหว่างนั้นก็ได้ร่วมทางกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่แต่ละคนก็มีเบื้องหน้าเบื้องหลังแตกต่างกันไปอย่างคาดไม่ถึง จนในที่สุดวาเนสซ่าก็ได้พบกับดีมีทรี หัวหน้าของแวมไพร์ที่มีอายุมานานหลายร้อยปี ได้เปิดเผยว่า ที่จริงแล้ววาเนสซ่าก็คือสายเลือดของ เอบราฮัม แวนเฮลซิ่ง นักล่าแวมไพร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกผู้ที่เคยต่อสู้กับเคาน์ดราคูล่ามาแล้วในอดีต นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นการออกเดินทางค้นหาความลับของสายเลือดแวนเฮลซิ่ง ความลับของแวมไพร์ และปริศนาดำมืดต่าง ๆ ท่ามกลางโลกที่ถูกเหล่าแวมไพร์ยึดครองไปแล้ว

รีวิว

ไอเดียของซีรีส์เรื่องนี้ เป็นการประสมประสานระหว่าง The Walking Dead กับ Buffy The Vampire Slayer คือ ตัวนำที่เป็นผู้หญิง ที่มีความสามารถในการสู้กับแวมไพร์เช่นเดียวกัน แต่แทนที่จะมาในรูปแบบของซีรีส์จบในตอน กลับกลายเป็นเนื้อหายาว ๆ ที่ได้พูดถึงตัวละครกลุ่มหนึ่ง ที่มีความพยายามที่จะเอาชีวิตรอดจากหายนะที่เกิดขึ้นบนโลก โดยเปลี่ยนแปลงจากซอมบี้มาเป็นแวมไพร์แทน แล้วก็ใส่ความเป็น Sci-fi เข้าไปในหลายส่วน

ตัวละครสำคัญของเรื่อง เดิมเธอเป็นตำรวจที่อาศัยอยู่กับลูกแบบแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่เกิดเหตุการณ์ก่อนวันผีดิบยึดโลกนิดเดียวที่ตัวเธอโดนผีดิบกัดจนตาย ปรากฏว่าศพของเธอถูกนำมาตรวจอบในห้องชันสูตรแห่งหนึ่งกลับพบสิ่งผิดปกติเมื่อเธอยังไม่ตาย แต่อยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทรา จากนั้นร่างของเธอก็อยู่ในการดูแลของนาวิกโยธินหน่วยหนึ่งที่เข้ามารับช่วงในวันที่ผีดิบเริ่มยึดโลกพอดี ทำให้วาเนสซ่านอนหลับยาวแบบนั้นอยู่ห้าปี

พอเธอได้ตื่นขึ้น เมื่อผีดิบบุกเข้ามาในโรงพยาบาลที่เธอนอนอยู่ แล้วตอนนี้เองที่ได้พบว่า เลือดของเธอมีความพิเศษกว่าคนทั่วไป แถมมันยังเป็นของแสลงสำหรับพวกแวมไพร์ทุกตนด้วย เรียกได้ว่าเธอคือกุญแจสำคัญที่อาจจะทำให้มนุษยชาติล้างพันธุ์แวมไพร์ให้หมดไปเลยก็ได้ ซึ่งภายหลังเธอก็ได้ทราบว่า แท้ที่จริงแล้ว เธอคือทายาทของ เอบราฮัม แวนเฮลซิ่ง นักล่าแวมไพร์ที่เคยเปิดศึกกับดราคูล่ามาก่อนนั่นเอง ฟังดูเจ๋งใช่ไหมล่ะ?

Van Helsing
Van Helsing

แต่ว่า..มันออกมาไม่ได้สนุกเท่าไรนัก แม้ว่าจุดแข็งของเรื่องมันก็มีอยู่บ้าง แถมเป็นความพยายามฉีกแนวจากเรื่องโลกพินาศ ดิสโทเปีย สู้กับซอมบี้ เปลี่ยนมาเป็นแวมไพร์แทน แต่ก็นำเสนอคาแรคเตอร์วาเนสซ่าได้ดีระดับหนึ่งเลยล่ะ รวมถึงตัวละครรอง ๆ ที่น่าสนใจเช่น แอ็กเซล สการ์เล็ต จูเลียส โมฮัมหมัด รวมถึงการสร้างตัวร้ายสไตล์โรคจิตแบบ แซม ขึ้นมาได้

แต่ซีรีส์นั้นกลับมีความยืดเยื้อในการเดินเรื่อง แทนที่จะโฟกัสในส่วนที่น่าสนุก กลับไปเล่นประเด็นดราม่าบางอย่างที่น่าเบื่อ แถมในช่วงครึ่งแรกของซีซันแรกคือตอน 1-6 ช่วงที่ติดในโรงพยาบาล เป็นพาร์ทที่ดราม่าตัวละครเข้าขั้นแย่ ตัวละครรอง ๆ ที่ถูกฆ่าในช่วงแรกไม่มีใครน่าจดจำ ไม่มีความอินหรือน่าสงสารอะไรเลย เอาจริง ๆ นะ กว่าเรื่องจะมาสนุกจริง ๆ คือตอนท้ายของ SS1 ที่เริ่มเฉลยปริศนาพลังของนางเอก

ส่วนเรื่องสายเลือดของ เอบราฮัม แวนเฮลซิ่ง จากในตำนานดราคูล่าต้นฉบับในนิยายของ บราห์ม สโตรกเกอร์ ก็ไม่ได้ดูลึกลับอะไรคนดูเดาออกอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ถ้าเปรียบเทียบกับซีรีส์ Dracula ตอนที่เฉลยว่า แม่ชีอกาธา คือ แวนเฮลซิ่ง ยังชวนตะลึงกว่าอีก แถมไม่ได้ใช้เวลาปูเรื่องนานขนาดเรื่องนี้ด้วย

Van Helsing
Van Helsing

ช่วงสนุกต่อมาคือใน SS2 ตั้งแต่เปิดตัว สการ์เล็ต เป็นน้องสาวของนางเอก เป็นตัวละครที่เชื่อได้เลยว่าเปิดตัวคนชอบเยอะ แถมยังมีเคมีกับนายทหารนาวิกอย่างแอ็กเซลแรงมาก อีกตัวละครคือ จูเลียส ที่ตอนแรกเปิดตัวมาเป็นหนึ่งในกลุ่มแวมไพร์ตัวร้าย แต่หลังจากกลายเป็นมนุษย์แล้วมาเป็นฝั่งนางเอก ก็เป็นตัวละครที่น่าเชียร์มาก รวมถึงการสร้างปมให้กับตัวร้ายสายโรคจิตที่ค่อยๆพัฒนามาเป็นระดับบอสอย่าง แซม ก็ทำได้ดี

ใน SS3 สเกลเรื่องก็ได้ขยายเพิ่มขึ้น เริ่มไปเจาะเรื่องราวฝั่งแวมไพร์มากขึ้น รวมถึงหนทางปราบพวกแวมไพร์ แต่ตอนจบของซีซั่น กลับทำได้เลวร้ายมาก เอาเป็นว่าตอนจบซีซันสองของ Titans แย่แค่ไหน เรื่องนี้ก็พอกันเลยจ้า ที่สำคัญคือตัดบทตัวละครตัวหนึ่งที่คนดูชอบออกไป แต่กลับเก็บตัวละครที่คนดูอยากให้ตายไปซะทีเอาไว้ ฉากแอ็กชั่น ก็ตามสไตล์ซีรีส์แนวนี้ คือทุนเยอะก็ทำได้เยอะ ทุนน้อยก็ทำเท่าที่มี ในด้านนี้ไม่ได้แย่อะไร ส่วนไอเดียที่เอาสายเลือดแวนเฮลซิ่ง เป็นผู้หญิง ก็ไม่ใช่ไอเดียใหม่นะ แต่ถือว่านี่เป็นเรื่องแรกที่เอาไอเดียที่ว่ามาทำลงซีรีส์อย่างจริงจังนั่นเอง

หากใครอยากลองดูด้วยตัวเอง สามารถเข้าไปรับชมได้ แล้วอย่าลืมมาแบ่งปันความเห็นกันที่ DooDiDo ด้วยนะจ้ะ สนุก ไม่สนุก อย่างไร อย่าลืมมาเล่าให้กันฟังด้วยนะ

ติดตามข่าวสารทั่วโลกทาง DooDiDo.com อัพเดตก่อนใครทุกวัน

แหล่งที่มา : www.playinone.com, www.pan2screen.com