รีวิว และสรุปเรื่องราวของ Spider-Man: Far From Home

รีวิวหนัง สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม 2019


ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ที่หนังเรื่อง สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม ได้เข้าฉายไปเมื่อเดือนกรกฎาคม หนังแอ็คชั่น ผจญภัย สุดมันส์ ที่มีความตลกอยู่หลายฉากในเรื่องนี้ หนังดีๆ จากค่ายยักษ์ใหญ่ Marvel และ SONY โดยเนื้อเรื่องจะดำเนินต่อจาก Avengers: Endgame นั่นเอง

หลังจากเหตุการณ์ในหนังเรื่อง Avengers: Endgame สไปเดอร์แมน ก็จะได้รับมือกับภัยคุกคามครั้งใหม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ขยายขอบเขตของจักรวาลภาพยนตร์ Spider-Man ออกไปเพื่อให้ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก้าวพ้นจากบ้านของเขาในย่านควีนส์ นครนิวยอร์ก ซิตี้ และข้ามไปยังยุโรประหว่างช่วงปิดเทอม แต่กลับกลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและการผจญภัยที่อลังการที่สุด หลังจากสงครามมหึมาระหว่างธรรมะและอธรรม ซึ่งนำปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ และเพื่อนๆ ของเขา รวมถึงผู้คนหลายพันล้านคน ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เขาเองยังคงโศกเศร้ากับการเสียชีวิตของโทนี่ สตาร์ก หรือไอรอนแมน อาจารย์ของเขา ผู้ซึ่งการเสียสละที่กล้าหาญทำให้ปีเตอร์ กลับมามีชีวิตได้ ไม่ว่าเขาจะมองไปที่ไหน ปีเตอร์ก็มองเห็นภาพการอุทิศแด่อเวนเจอร์สผู้ล่วงลับ ซึ่งทำให้เขายิ่งตระหนักถึงความสูญเสียมากขึ้น แม้กระทั่งวีรกรรมที่ร้อนแรงของเขาจะทำให้ทุกคนตั้งข้อสงสัยว่า เขาจะกลายเป็นไอรอนแมนคนต่อไปรึเปล่า?

Spider-Man: Far From Home ถูกนับเป็นหนังเรื่องที่ 23 ของทาง MARVEL และยังเป็นเรื่องสุดท้ายในจักรวาลหนังมาร์เวล เฟสที่ 3 หลังจบจาก End Game อีกด้วย ภาคสรุปสงครามธานอส ราวๆ 2 เดือน เมื่อปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ไอ้หนูสไปเดอร์แมน อยากจะหนีไปพักร้อนที่ยุโรป ในทริปทัศยศึกษา แต่ไม่วายที่จะต้องรับมือกับเรื่องยุ่งๆ

สไปเดอร์แมน
Spider-Man: Far From Home

เมื่อหายนะจากเหล่า “ธาตุทั้ง4″ สัตว์ประหลาดจากมิติคู่ขนาน ที่มีทั้งธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่ง 3 ตัวแรก ถูก “มิสเตริโอ้” (เจค จิลเลฮาล) ชายหนุ่มผู้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์จากจักรวาลอื่นฆ่าตายไปแล้ว จึงเหลือตัวเก่งที่สุดคือ ธาตุไฟ และนั่น ทำให้สไปเดอร์แมนต้องเข้าต่อสู้ร่วมกับสหายใหม่ เพื่อปกป้องเพื่อนจากการเที่ยวยุโรปไปด้วย และนำไปสู่บทสรุปที่คาดไม่ถึง

เรื่องราวของสไปเดอร์แมนในภาคนี้ มีการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ ยัด CG จัดเต็มไหลลื่นตามแบบฉบับหนังซูเปอร์ฮีโร่หวังโกยรายได้ โดยในภาคนี้จะมีความจริงจังมากขึ้น ด้วยโลกในยุคที่เหล่าอเวนเจอร์แยกทางตามบทสรุปของหนัง End Game เราจะเห็นการอธิบายโลกที่ได้รับผลกระทบจากช่องว่างเวลา 5 ปีอย่างชัดเจนมากๆ ว่า

“เกิดอะไรขึ้น ถ้าคนที่ยังไม่หายไปจากการดีดนิ้วของธานอส กับคนที่กลับมาหลังจากการดีดนิ้ว มาอยู่ในโลกใบเดียวกันมันจะเป็นยังไง” และจะบอกว่า สิ่งที่เอามาให้ดูในตัวอย่างนั้น มันไม่ถึงครึ่งของหนังตัวเต็มเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งทฤษฎีที่เคยพูดๆกันในโลกโซเชียล เกี่ยวกับเนื้อหาของภาคนี้ “มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดกันเลย!!”

แฟนหนังสือการ์ตูนของสไปเดอร์แมนรู้ดีกันอยู่แล้วว่า Mysterio ในเวอร์ชันหนังสือการ์ตูนนั้นคือหนึ่งในตัวร้ายคู่ปรับตลอดกาลของฮีโร่คนนี้ แต่ถ้าเป็นในจักรวาลหนังนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะมาร์เวลนั้นถนัดในการสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับคนดูอยู่แล้ว ดังนั้น ก่อนที่หนังจะฉายหลายคนก็วิเคราะห์ว่า Mysterio ในเวอร์ชันหนังนั้นจะเป็นคนดีหรือสุดท้ายจะถูกด้านมืดเข้าครอบงำให้เดินเข้าสู่เส้นทางของวายร้ายในตอนหลังซึ่งอันนี้ต้องไปดูเอง

แต่สิ่งที่เราอยากพูดถึง Mysterio ก็คือในเวอร์ชันคอมมิกนั้นตัวละครนี้มีประวัติคร่าวๆ ว่าเป็นนักทำสเปเชียลเอฟเฟ็กต์มือหนึ่งของฮอลลีวูด ดังนั้น มีความสามารถด้านการสะกดจิตและสร้างภาพหลอน ถ้าใครตามเกมของ Mysterio ไม่ทันก็ดูจะอันตรายในระดับหนึ่ง แต่การจะถ่ายทอดตัวละครนี้ออกมาให้ดูน่าเกรงขามเมื่อเป็นหนังนั้น ในตอนแรกเราก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำได้อย่างไร แต่หนังก็สามารถสร้าง Mysterio ขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง

โดยการให้ตัวละครนี้เป็นทหารที่มาจากโลกอีกมิติหนึ่งที่ถูกความผันผวนจากการดีดนิ้วของธานอสดึงตัวเขาและอสูรธาตุทั้ง 4 เข้ามาที่โลกของสไปเดอร์แมน พร้อมกับแสดงให้เห็นว่าพลังของตัวละครนี้ถ้าไปอยู่ฝั่งตัวร้ายก็สามารถจัดการเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ลงได้ง่ายๆ และการแสดงของ เจค จิลเลนฮาล (Jake Gyllenhaal) ก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

Spider Man
Spider-Man: Far From Home

ในส่วนของลักษณะตัวละครของสไปเดอร์แมน แม้ตัวเขาเองจะเป้นเด็กวัยรุ่นม.ปลายที่สนใจเรื่องการจีบสาว และการเล่นสนุกไปวันๆ แต่ในใจลึกๆของเขามีความอมทุกข์จากการสูญเสีย “โทนี่ สตาร์ค” ซึ่งนั่นทำให้คาแรคเตอร์ของปีเตอร์ดูเติบโตขึ้นและมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ถือว่าเป็นมุมมองที่ดีสำหรับผู้ชมที่ได้เห็นพัฒนาการตัวละครนี้ รวมไปถึงนักแสดงคนอื่น บทก็เสริมให้เนื้อเรื่องมีฉากสนทนาที่มีความเป็นตลกแบบขำๆในลำคอหรือการตัดมุกกับแบบง่ายๆ โดยเฉพาะบทของ MJ ที่แสดงโดยดาราสาวคนดังอย่าง “เซนดาย่า” ก็มีวาทะคมคายขึ้น ฝีปากที่ร้ายขึ้นพอๆ กับความสวยแบบยูนีคๆ ของนาง

ส่วนใครที่ชื่นชอบฉากแอคชั่นมันส์ๆ ภาคนี้ได้ยกระดับไปอีกขั้นกับงานวิช่วลสวยๆ ลำดับภาพที่ล้ำพอๆกับมิติควอนตั้มของ แอนท์แมน หรือในโลกต่างมิติของดร.สเตรนจ์ และได้ทำการอัพสเกลความวินาศสันตะโรจากการถล่มเมืองของวายร้ายในเมือง สู่วินาศกรรมระดับทำลายจักรวาล แต่สไปเดอร์แมนคนเดียว จะเอาอยู่มั้ย? และมิสเตริโอ้ จะมีบทสำคัญแค่ไหน สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู DooDiDo แนะนำต้องไปดูกันเอาเองนะ

ติดตามข่าวสารทั่วโลกทาง DooDiDo.com อัพเดตก่อนใครทุกวัน

แหล่งที่มา : adaybulletin.com, www.metalbridges.com, movie.kapook.com, www.sanook.com