รีวิวซีรีส์เกาหลี SAVE ME (2017) 16 ตอน

SAVE ME (구해줘) เส้นบางๆ ของศาสนากับความงมงาย


ซีรีส์เกาหลีเรื่อง SAVE ME ที่ออกอากาศเมื่อปี 2017 ผลงานดัดแปลงจากเว็บตูนเรื่อง 세상 밖으로 ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2012 แสดงนำโดยหนุ่มแทคยอน วง 2PM และนักแสดงสาวที่ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ ซอเยจี จากซีรีส์ดังเรื่อง It’s Okay to Not Be Okay ที่กำลังเป็นกระแสเป็นอย่างมากในตอนนี้

ปกติแฟนๆสายดาร์คอาจจะเคยชินกับการดูซีรี่ส์ที่ประเด็นหลักคือการสืบสวน แต่เรื่องนี้ช่วงเปิดเรื่องจะค่อนข้างแตกต่าง คือไม่เน้นประเด็นสืืบสวนมากนัก จะมาเน้นการเก็บหลักฐาน/เปิดโปงอีกทีก็ช่วงท้ายๆเรื่องแล้ว โดยหลักจะเน้นไปที่อารมณ์ระทึกขวัญ (Thriller) มากกว่า นอกจากปมเรื่องผู้มีอำนาจและการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือหลีกเลี่ยงกฎหมายที่เจอกันบ่อยๆ ในซีรี่ส์เกาหลี เรื่องนี้มีอีกประเด็นแตกต่างคือเล่าเรื่องเกี่ยวกับลัทธิความเชื่อด้วย (ลัทธิในเรื่องจะมีลักษณะภายนอกคล้ายศาสนาคริสต์ แต่เป็นกลุ่มความเชื่อที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงภายในเรื่องนี้เท่านั้น)

SAVE ME
SAVE ME (구해줘)

ในส่วนของการตีแผ่กลุ่มความเชื่อนี้ เป็นอะไรที่เหมาะกับวัฒนธรรรมของไทยมากๆ อยากจะแนะนำให้ได้ดูกันจริงๆ ในเรื่องเราจะได้เห็นธรรมชาติของความหลงเชื่อโดยไร้สติยั้งคิดขาดปัญญาในการพิจารณาด้วยเหตุและผล งมงาย สุดโต่ง ได้เห็นความน่าขยะแขยงขององค์กรที่ทำดีบังหน้า แต่เบื้องหลังสกปรก และยังชวนให้เราติดตามด้วยว่า คนที่งมงายอย่างพ่อนางเอก และนางเอกที่ยังคงมีสติ แต่ละคนจะเอาตัวรอดจากลัทธินี้อย่างไร ทั้งบทเอย ฉากหลังของเอย ต่างเต็มไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจ แม้ไม่มีฉากเลือดสาดหรือฉากผีโผล่ แต่ก็สร้างความน่ากลัวขึ้นมาได้ดีเลย

SAVE ME
SAVE ME (구해줘)

อารมณ์การนำเสนอ สร้างบรรยากาศของความขนลุกที่ไม่มีผี แต่เป็นความรู้สึกกดดัน มืดหม่น หน่วง จิตหลอน ยิ่งดูยิ่งหดหู่และหน่วง ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างแปลกใหม่ที่ได้จากการดูซีรี่ส์ ยังไม่เคยเจออารมณ์ประมาณนี้มาก่อน

ซีรีส์เรื่องนี้ตีแผ่ด้านมืดของสังคมได้ดีมาก นักแสดงหลัก และนักแสดงสมทบทุกคนฝีมือดีมาก โดยเฉพาะรุ่นใหญ่ เช่น พ่อนางเอก หัวหน้าลัทธิหรือคุณคัง ซึ่งล้วนแต่เป็นนักแสดงมากฝีมือ ที่มารับบทให้เราเชื่อไปว่าพวกเขามีความเชื่อที่แรงกล้าจริงๆ โดยแสดงออกมาในแววตา ท่าทาง น้ำเสียง และเมื่อถึงบทที่สื่อถึงจุดของความงมงายก็ทำให้เรารู้สึกขยะแขยงและหดหู่ได้ การแสดงของเยจีในเรื่องนี้เราว่าเธอสุดยอดมากสามารถรับส่งอารมณ์กับนักแสดงรุ่นใหญ่ทุกคนได้อย่างดีเป็นการแสดงที่มีพลังทั้งสีหน้าท่าทางสามารถเห็นความเหนื่อยล้า การพยายามต่อสู้ เจ็บปวด ยอมแพ้ เศร้า ระเบิดอารมณ์ และขยะแขยง

ความน่ากลัว ความหม่นหมองของภาพต่างๆ ในซีรีส์มันทำให้คิดได้อย่างหนึ่งว่า มนุษย์เราพอเห็นคนหน้าตาน่ากลัวไม่น่าไว้วางใจหรือดูสกปรก ก็จะตัดสินไปก่อนแล้วว่าคนนี้ไม่ดี ส่วนคนที่ยิ้มแย้มดูเป็นมิตร ก็จะตัดสินเลยว่าคนนี้น่าคบหา ทำให้เราได้ข้อคิดจากซีรีส์เรื่องนี้เกี่ยวกับสังคม DooDiDo ขอให้คะแนนที่ 8/10 คะแนน

ติดตามข่าวสารทั่วโลกทาง DooDiDo.com อัพเดตก่อนใครทุกวัน

แหล่งที่มา : www.korseries.com, minimore.com