รีวิว Snowpiercer (18+) ปฏิวัติฝ่านรกน้ำแข็ง

รีวิว Snowpiercer เมื่อทั้งโลกกลายเป็นน้ำแข็ง


รีวิว Snowpiercer ปฏิวัติฝ่านรกน้ำแข็ง ดัดแปลงมาจากนิยายภาพของฝรั่งเศสเรื่อง “Le Transperceneige” ของ Jacques Lob และ Jean-Marc Rochette ตีพิมพ์เมื่อปี 1982 ซึ่งผู้กำกับบงจุนโฮ ได้เอามาดัดแปลงเป็นฉบับหนังในปี 2013 บอกเล่าเรื่องราวโลกในอนาคตที่ทั้งโลกกลายเป็นน้ำแข็ง มนุษย์ต้องอาศัยอยู่บนรถไฟที่วิ่งตลอดเวลา

เข้า NETFLIX อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สำหรับเรื่อง Snowpiercer เวอร์ชั่นซีรีส์ ซีรีส์จากภาพยนต์ดังในชื่อเดียวกันลงช่องเคเบิล TNT ของอเมริกา ที่คุณจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่สนุกกว่า มันส์กว่า และไม่เอะใจกับจุดที่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิดเดียว ซึ่ง CG ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีไม่แพ้ภาพยนตร์ ซึ่งตอนนี้ก็ติด Top10 ซีรีส์ยอดฮิตในเน็ตฟลิกซ์เป็นที่เรียบร้อย ผู้รอดตายกลุ่มสุดท้ายที่อาศัยอยู่บนรถไฟที่แล่นไม่มีวันหยุด ต้องแล่นตลอดเวลาไปบนรางรถไฟที่วิ่งรอบโลก

เนื้อหาของเรื่องนี้ดูถูกใจผู้กำกับ บงจุนโฮ ที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์พาภาพยนตร์เรื่อง Parasite ไปไกลจนสามารถคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ ที่เอามาทำก็เพราะเนื้อเรื่องนั้นมีจุดเด่นอยู่ที่การวิพากษ์ประเด็นชนชั้นทางสังคมเช่นเดียวกับที่ทำกับเรื่อง Parasite งานนี้ บงจุนโฮ ขนทีมงานนักแสดงและทีมงานสร้างหนังมาจากหลายประเทศทั่วโลก งานที่มีทั้งความเป็นไซไฟ แอคชั่น และลึกลับชวนติดตาม อีกทั้งยังมีความเป็นหนังดิสโทเปียเพราะหนังกำลังเล่าถึงวันที่มนุษยชาติกำลังใกล้จะล่มสลาย

Snowpiercer
Snowpiercer เวอร์ชั่นภาพยนตร์ – ภาพจาก thestandard.co

ในวันที่ทั้งโลกกลายเป็นน้ำแข็ง เหลือมนุษย์เพียงหยิบมือที่ต้องใช้ชีวิตบนรถไฟขบวนสุดท้ายที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรที่ไม่มีวันดับ อย่างไรก็ตามภายในขบวนรถไฟก็เกิดสังคมใหม่ขึ้น ที่มีการแบ่งชนชั้นและริดรอนสิทธิของมนุษย์ โดยแบ่งลำดับชั้นของผู้คนเป็น 3ลำดับตามชนิดของตั๋วรถไฟคือ ฟรี, อีโคโนมีคลาส และเฟิร์สคลาส ซึ่งถูกกำหนดหน้าที่ สถานะ และชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างกันอย่างชัดเจน จนกระทั่งเคอร์ติส ชายหนุ่มเคราดกดำผู้คิดการณ์ใหญ่เขาบอกว่า “คุมเครื่องจักรได้ ก็คุมโลกได้” จึงได้สายสืบไปสืบเรื่องของชายผู้เป็นซีเคียวริตี้ที่ถูกคุมขังอยู่ เขาคือผู้เดียวที่จะนำพวกเขาออกไปจากรถไฟขบวนนี้

Snowpiercer
Snowpiercer เวอร์ชั่นซีรีส์ – ภาพจาก www.playinone.com

Snowpiercer ตัวซีรีส์ที่ทำออกมาใหม่นั้น เรื่องจะเริ่มต้นจากตอนแรกที่เริ่มขึ้นขบวนรถไฟ ขยายความเพิ่มนิดหน่อยว่าผู้โดยสารมาจากไหน และเป็นกลุ่มคนที่เป็นตัวการทำให้เกิดหายนะของโลกรวมอยู่ด้วย ตรงจุดนี้จะต่างจากในภาพยนตร์ที่มีบอกชัดว่าเกิดจากการใช้สารทำความเย็นเพื่อลดโลกร้อน จากนั้นเรื่องก็กระโดดข้าม 7 ปีต่อมา แล้วก็พยายามจะเดินตามรอยเดิมส่วนหนึ่งเรื่องการปฏิวัติ ที่ถอดแบบภาพยนตร์มาเลย และอีกส่วนก็คือเส้นเรื่องใหม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในขบวนรถไฟของชนชั้นสูงด้านหน้า และก็ดึงตัวเอกจากท้ายขบวนมาเป็นนักสืบในคดีนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความพยายามฉีกเรื่องราวออกไปได้ดี

Snowpiercer
ภาพจาก netflixjunkie.com

สำหรับคนที่ไม่เคยดูเวอร์ชั่นภาพยนตร์มาก่อน น่าจะมีความสนุกอยู่ที่ได้เห็นการจำลองโลกดิสโทเปียนรกน้ำแข็งที่แปลกใหม่ ผสมกับการสืบสวนหาฆาตกรที่จำกัด ตัวเรื่องก็เผยเนื้อหาแต่ละตู้โดยสารไวหลายตู้ให้เห็นเยอะมากจนแทบจะหมดแล้ว ต่างจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่กว่าจะผ่านไปแต่ละตู้ค่อนข้างลำบาก และมีการขยายความเพิ่มว่าแต่ละตู้เป็นยังไงให้พอเข้าใจได้มากกว่าพอสมควร รวมถึงได้เห็นชีวิตคนที่ทำหน้าที่ในแต่ละตู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น จากที่ตัวภาพยนตร์เป็นเพียงแค่เดินผ่านเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

ตัวนักแสดงหลักของเรื่อง Jennifer Connelly เธอรับบทหนักในเรื่องมาก แต่เธอก็แสดงได้ดีสมกับที่เป็นนางเอกยอดฝีมือ และเธอก็เป็นตัวดึงดูดให้เรื่องน่าติดตามตลอดเวลา ในขณะที่นักแสดง Daveed Diggs ตัวเอกฝ่ายชายที่เป็นผู้นำการก่อกบฎ คาแรกเตอร์หน้าตาไว้ผมรุงรังของเขาดูแปลกๆ เมื่อเทียบกับบทคล้ายกันของ Chris Evans ในภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้ประทับใจแจ้มาก แต่ถ้าไม่ติดภาพลักษณ์พวกนี้ก็ถือว่าใช้ได้อยู่(มั้ง)นะ

Snowpiercer
ภาพจาก www.radiotimes.com

Snowpiercer ฉบับซีรีส์ ออกมาแค่ซีซั่นแรก ก็ติด Top10 ใน NETFLIX เรียบร้อยแล้ว และทั้งนี้ยังมีข่าวออกมาว่า ซีซั่นสอง ก็ทำแล้วด้วย แฟนๆ โปรดรอติดตามไปพร้อมกันกับ DooDiDo เป็นอีกเรื่องที่ควรดู และไม่ควรพลาด

ติดตามข่าวสารทั่วโลกทาง DooDiDo.com อัพเดตก่อนใครทุกวัน

แหล่งที่มา : www.playinone.com, thestandard.co/snowpiercer