รีวิว Onward คู่ซ่าล่ามนต์มหัศจรรย์

Onward (2020) ผลงานภาพยนตร์ล่าสุดจาก Pixar Animation Studio


หากคุณมีความฝัน อยากเจอคนที่จุดไฟในตัวคุณให้ลุกโชน แอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดจากค่ายพิกซาร์ นับเป็นผลงานลำดับที่ 22 กำกับโดย Dan Scanlon เล่าเรื่องราวของสองพี่น้องชาวเอลฟ์”บาร์ลี่ย์”ผู้พี่ และ”เอียน”ผู้น้อง

ที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ในเมืองที่อดีตนั้น “เคยมี” เวทมนต์ ในโลกเวทมนตร์ยุคโลกาภิวัตน์ที่ใครๆ ต่างก็เลิกใช้เวทมนตร์ไปแล้ว แต่ทั้งสองต้องหาหนทางในการใช้เวทมนตร์ให้ได้อีกครั้งเพื่อนำพ่อผู้จากไปกลับมาได้ 1 วัน ในโลกแห่งนี้ นั้นเต็มไปด้วยเวทมนตร์และการผจญภัยอันแสนสุดตระการตา ทั้ง เอลฟ์ พ่อมด มังกร คิเมร่าสุดแสนอันตราย และนางเงือก  แต่เวทมนตร์เหล่านี้กำลังจะสูญหายไปด้วยการแทนที่ของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดเกินไป มีเพียงน้อยคนนักที่จะรู้ถึงเวทมนตร์เหล่านี้

โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ เอียน มีอายุครบ 16 ปี ลอเริล แม่ของเอียนได้มอบสิ่งที่พ่อของ เอียน และ บารเลย์ ทิ้งไว้ให้นั้นก็คือไม้เท้ากายสิทธิ์ของพ่อมดพร้อมด้วยลูกแก้วแห่งฟินิกซ์ และมีคาถาที่จะทำให้คนตายได้กลับมาโลกแห่งคนเป็นได้ในหนึ่งวัน พ่อของเอียนและบารเลย์ได้วางแผนที่จะให้สิ่งเหล่านี้แก่ลูกของเขาถ้าเกิดเขาจากโลกนี้ไปก่อน เพื่อจะได้กลับมาเห็นหน้าลูกของเขาในยามโตอีกครั้ง แต่เกิดข้อผิดพลาด

Onward
Onward

โดยข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากเอียนเผลอร่ายคาถาชุบโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้พ่อของ เอียน กลับมาได้แค่ส่วนล่างเท่านั้น ทั้งสองพี่น้องจึงต้องออกเดินทางทำเควสเพื่อตามหาลูกแก้วแห่งฟินิกซ์เพื่อนำร่างกายของเขากลับมาทั้งหมดให้ได้ก่อนที่หนึ่งวันนี้จะหมดไปและไม่ได้เจอหน้าพ่อของพวกเขาอีกต่อไปเลย

การสร้างโลกของ Onward นี้เหนือความคาดหมายเป็นอย่างมากที่จะเล่าธีมแฟนตาซีในยุคปัจจุบัน ทั้งในเรื่องเผ่าพันธุ์และสัตว์เลี้ยง อย่างยูนิคอร์นในโลกนี้แทบบจะเรียกได้ว่าเป็นหมาข้างถนนอย่างแท้จริงเลย ใครจะไปคิดว่าสัตว์วิเศษเหล่านี้จะเป็นสัตว์จรจัดไปได้ มันไม่ใช่สัตว์หายากอะไรเลย แต่เป็นสิ่งที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน และมังกรไซส์มินิที่เหมือนสุนัข ถ้าใครเลี้ยงหมามาก่อนจะรู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้ทำได้เจ๋งมาก

นี้เป็นอีกเรื่องของ Pixar ที่จะทำให้คนดูต้องหลงรักไปกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน การเล่าเรื่องนำเสนอ ทำได้ไหลลื่นอย่างมากและตัดต่อได้อย่างสวยงาม เพียงแค่ในช่วงแรกอาจจะมีความเนือยๆ ไปบ้างในการแนะนำตัวละครแต่ละคน และแนะนำวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของเหล่าเอลฟ์ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้

Onward
Onward

แต่หลังจากออกเดินทาง ความสนุกมันก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนเรารู้สึกมีอินไปกับเรื่องนี้ไปซะแล้ว การผจญภัยระหว่างเอียนและบารเลย์ที่ช่วงแรกเต็มไปด้วยความไม่ลงรอยระหว่างสองพี่น้อง แต่พอเจออันตรายข้างหน้า มันกลับทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเหนี่ยวแน่นมากขึ้น

ด้านภาพนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะนี้คือ Pixar สตูดิโอแอนิเมชั่นชั้นนำของโลกที่ใส่ใจทุกรายละเอียดในผลงาน เราจะได้เห็นแม้แต่รอยเส้นใยบนเสื้อผ้าที่เป็นเส้น ๆ เลยก็ว่าได้ ขนาดรอยลากปากกายังมีรอยความเข้มจางของหมึกที่ซึมไปผ่านกระดาษ มันเป็นการทำแอนิเมชั่นที่งามมาก

Onward กำกับโดย Dan Scanlon ผู้เคยทำ Monsters University (2013) ออกมาสนุกสนานใช้ได้ กลับมาคราวนี้สแกนลอนพาเราไปรู้จักโลกของสัตว์ในเทพนิยายอย่างยูนิคอร์น, เซนทอร์, เงือก, ภูติจิ๋ว, โนม (gnome), และเอลฟ์ผู้มีเวทมนตร์ ความน่าสนใจคือมันเป็นโลกยุคปัจจุบันที่เหล่าสัตว์ในเทพนิยายชินชากับนวัตกรรม ใช้ชีวิตติดความสะดวกสบายคล้ายมนุษย์ และไม่มีใครใช้เวทมนตร์อีกแล้ว

Onward
Onward

ว่ากันตามตรง Onward ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นหนังที่สดใหม่ แม้โลกในหนังจะน่าสนใจ แต่ก็มีบางองค์ประกอบที่เราคิดว่าถ้าหยิบมาเล่นอีกนิดน่าจะสนุกขึ้นเหมือนกัน แต่โดยรวมๆ คู่ซ่าล่ามนต์มหัศจรรย์ เป็นอีกเรื่องของ Pixar ในปีนี้จะทำให้หัวใจของเราพองโตกันอีกครั้งในธีมของโลกแฟนตาซีในยุคปัจจุบัน มีครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะ อบอุ่น เศร้า ตลก และถ้าไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ เรื่องนี้มีโอกาสได้รับเข้าชิงออสการ์สาขา แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

บางทีสิ่งนั้นอาจเป็นคนข้างๆ ที่อยู่กับเราในวันที่เรารู้สึกแหว่งวิ่น คนคนนั้นที่โอบกอดความแหว่งวิ่นของเราและบอกเราว่าไม่เป็นไร แอนิเมชั่นตีประเด็นเรื่องครอบครัวได้อย่างซึ้งกินใจ DooDiDo เฟิร์มเลยว่ามีบ่อน้ำตาแตกกันแน่นอน ยิ่งใครมีพี่น้องยิ่งอินไปกันใหญ่ แถมได้คู่หูสุดกวนอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ และคริส แพร็ตต์ พากย์เสียงเพิ่มความกวนของสองตัวละคร

ติดตามข่าวสารทั่วโลกทาง DooDiDo.com อัพเดตก่อนใครทุกวัน

แหล่งที่มา : www.posttoday.com, www.playinone.com, adaymagazine.com