รีวิวหนัง มู่หลาน 2020 วีรสตรีหัวใจแกร่ง

รีวิว Mulan มู่หลาน หนังกำลังภายในจากดิสนีย์


Mulan ที่เพิ่งเข้าโรงให้ชมกันไปไม่นานมานี้ สร้างจากความสำเร็จของภาพยนตร์แอนิเมชั่น “มู่หลาน” ที่ออกฉายในปี 1998 ที่สามารถทำรายได้ทั่วโลกมากถึง 304 ล้านดอลลาร์จากต้นทุนเพียง 90 ล้านดอลลาร์ เป็นภาพยนตร์อเมริกัน-จีน แนวสงครามดราม่าย้อนยุค ที่กำกับโดย นิกี คาโร และผู้อำนวยการผลิตโดย วอลต์ดิสนีย์พิกเชอส์

มู่หลาน เคยเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นของวอลต์ดิสนีย์เมื่อปี 1998 และได้รับกระแสจากทั่วโลกเป็นอย่างดีมาก ว่าด้วยเรื่องราวของ ฮัวมู่หลาน (หลิวอี้เฟย) ที่ลอบปลอมตัวเป็นชายออกรบแทนฮัวโจว (จื่อมา) บิดาแก่ชราในศึกเพื่อปกป้องประเทศและราชบัลลังก์ของฮ่องเต้ (เจ็ตลี) จากบอริข่าน (เจสัน สก็อต ลี) ที่มีเซียนเหนียง (กงลี่) แม่มดอาคมแก่กล้าที่สามารถแปลงร่างเป็นเหยี่ยวดำที่กรีฑาทัพไปที่ใดก็มีแต่ความตาย จนมู่หลานและเหล่าทหารภายใต้การฝึกของผู้การถัง(ดอนนี เยนหรือเจิ้งจือตัน) ต้องต้านทัพของศัตรูตัวฉกาจก่อนจีนจะสิ้นแผ่นดิน

ชมตัวอย่างภาพยนตร์:

จากตัวอย่างหนังเราคงพอได้เห็นแล้วว่าฉบับไลฟ์แอ็กชันนี้จะเน้นความสมจริงและการออกแบบฉากต่อสู้ให้ดูตื่นตาและไม่ทิ้งความแฟนตาซีเลย แต่การหยิบเอาตำนานจีนที่เป็นที่รู้จักกลับมาเล่าโดยมีโจทย์ค้ำคอคือต้องคงโทนแบบดิสนีย์อยู่ ก็นับว่าเป็นการท้าท้ายทีมงานไม่น้อย โดยเฉพาะทีมเขียนบท 1 ชาย 3 หญิงที่ไม่ได้มีเชื่อสายจีนเลยสักคน ซึ่งผลลัพธ์ก็น่าทึ่งไม่น้อยเลยกับการถักทอและพาเรื่องราวของมู่หลานมาไกลกว่าฉบับแอนิเมชั่นมากๆ

โชคไม่เข้าข้างดิสนีย์เท่าไหร่ สำหรับในปีนี้ เพราะเป็นปีแห่ง COVID-19 ที่แน่นอนว่าหนังจะต้องทำเงินไม่คุ้มทุนแน่ หนังจึงถูกขายส่งไปยัง Disney+ บริการสตรีมมิ่งของเครือดิสนีย์ในราคากว่า 800 บาท แต่ไทยเรายังโชคดีที่ได้ดูในจอภาพยนตร์ แถมคว้านักแสดงสาวไทยขวัญใจใครหลายๆ คนอย่าง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก มาให้เสียงพากย์ของมู่หลานด้วย

Mulan
Mulan มู่หลาน

มู่หลานฉบับภาพยนตร์ มีความแตกต่างในแบบที่ต้นฉบับไม่เคยมีมาก่อน เราจะเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างที่เวอร์ชั่นอนิเมชั่นไม่ได้เล่า หนำซ้ำการที่ไม่มีเพลงร้องแบบภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นเรื่องอื่นๆ ไม่ได้เป็นจุดด้อยของเรื่องแต่อย่างใด เพราะการเล่าเรื่องยังคงรักษาแก่นหลักได้ครบ โดยเปลี่ยนให้มีความสมจริงในทุกช่วงเวลาของเรื่อง ไม่มีตลกโปกฮาผิดที่ผิดทาง อาจเพราะหนังตั้งใจจะทำตัวเองให้ซีเรียส เราจึงพบว่าคาร์แรกเตอร์ตัวละครทุกตัวในเรื่องแทบไม่มีมุมขบขันเลย เป็นการสมมติว่าถ้ามู่หลานอยู่บนโลกแห่งความจริงจะเป็นอย่างไร ซึ่งผู้กำกับทำได้สำเร็จในด้านนี้ เพราะมันไม่มีความดิสนีย์ ดูเหมือนหนังจีนที่ฉายโรงมากกว่า

มู่หลาน
Mulan มู่หลาน

ความสมเหตุสมผลนั้นมีมากกว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับ และความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องก็ตรึงแน่นจนรู้สึกเครียดตามเรื่อง อาจเป็นเพราะมุกตลกที่มีแค่ไม่กี่ฉาก ซึ่งจะเป็นจังหวะของหนังมากกว่าที่จะเล่นพร่ำเพรื่อ ส่วนการเล่าเรื่องยังมีความแฟนตาซี ที่ดูก็คงรู้ว่าตัวละครไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ ถือว่าทีมค้นคว้าทำการบ้านมาดี และบอกได้เลยว่านี่เป็นหนังดิสนีย์ที่แม้จะเรตทั่วไป แต่ก็มีประเด็นด้านสงครามที่โหดร้ายใช่ย่อย โชคดีที่หนังไม่ได้เน้นตรงนี้มากนักไม่งั้นคงดูไปหดหู่ไป

โดยเฉพาะการเน้นย้ำประเด็นที่อยู่ในบทอย่างความภักดี หาญกล้าและสัตย์จริง โดย นิกิ คาโร สามารถตีความมันมาเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของมู่หลานได้อย่างหนักแน่นโดยเฉพาะการแสดงของหลิวอี้เฟยที่เชื่อว่าน่าจะถูกกำกับอย่างหนักหน่วงจนบทดราม่าและซีนบู๊ดูไม่ขัดเขินเลย ที่สำคัญคือฉากแอ็กชันในหนังดูแล้วแทบไม่เชื่อว่ามาจากทั้งผู้กำกับหญิง และ ตากล้องหญิง เพราะออกมาตื่นตาตื่นใจมากใครเป็นคอหนังกำลังภายในนี่มีฟินแน่นอน

สำหรับงานภาพของเรื่องนี้มีความสวยงามและไม่เน้นสีสันฉูดฉาด ใช้สีบอกอารมณ์ตัวละครหรือสถานการณ์ในขณะนั้น และ DooDiDo ขอให้คะแนนความสนุกของหนังเรื่องนี้ไว้ที่ 7/10 คะแนน

ติดตามข่าวสารทั่วโลกทาง DooDiDo.com อัพเดตก่อนใครทุกวัน

แหล่งที่มา : www.beartai.com/lifestyle/movies/475688, www.playinone.com, www.dailynews.co.th